ศูนย์การออกแบบและวิศวกรรมสำหรับระบบรางและระบบการขนส่งสมัยใหม่

Design and Engineering for Railway and Modern Transport System

OUR STORY

เรื่องราวของศูนย์

ความเป็นมาของกลุ่มวิจัยเฉพาะทาง

โครงการพัฒนาศูนย์ออกแบบและวิศวกรรมสำหรับระบบรางและการขนส่งสมัยใหม่ จะเน้นด้านการออกแบบ การประกอบ การมาตรฐาน เป็นการศึกษาองค์ความรู้ที่เกี่ยวข้อง ศึกษามาตรฐาน การออกแบบ การผลิต การประกอบของระบบต่างๆ เช่น ตัวรถ ตู้โดยสาร ตู้ขนส่ง ระบบจ่ายไฟรถไฟฟ้า ระบบอาณัติสัญญาณและควบคุมการเดินรถ และบูรณาการระบบต่างๆ เพื่อเป็นต้นแบบสำหรับการประกอบขั้นสุดท้าย (Final assembly) ในประเทศ 100% ในปี 2565 ตามแผนของอุตสาหกรรมระบบราง กรมขนส่งทางราง กระทรวง เพื่อการการพัฒนาองค์ความรู้ มาตรฐานและการทดสอบ และพัฒนาวิศวกรรมแต่ละแขนงที่เกี่ยวข้องกับระบบขนส่งทางรางควบคู่กันไปและเครือข่ายทั้งหน่วยงานรัฐและเอกชน โดยคาดว่าศูนย์ความเป็นเลิศด้านระบบขนส่งทางรางสมัยใหม่จะเป็นส่วนสนับสนุนการผลิตสำหรับอุตสาหกรรมระบบราง และการเชื่อมโยงความร่วมมือทั้งในและต่างประเทศ สำหรับความร่วมมือ และเป็นหน่วยส่งเสริมการเรียนการสอนและการศึกษาวิจัย ตลอดจนใช้เป็นแหล่งข้อมูล การถ่ายทอดความรู้ ที่ปรึกษาเพื่อสนับสนุนการผลิตของอุตสาหกรรมชิ้นส่วนระบบรางของประเทศ และจะขยายผลสู่การวิจัยและพัฒนาในแขนงที่เกี่ยวกับการบริหารจัดการระบบขนส่งต่อไป

เหตุผลและความจำเป็นในการจัดตั้งกลุ่มวิจัยเฉพาะทาง

จากปัจจุบันระบบการขนส่งทางรางและการขนส่งสมัยใหม่ได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างมากซึ่งจะเป็นแผนการพัฒนาเศรษฐกิจแห่งชาติในระยะยาวในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานการคมนาคมของประเทศเพื่อให้สามารถพัฒนาระบบเศรษฐกิจของประเทศให้เติบโตได้อย่างรวดเร็วเพื่อก้าวไปสู้ประเทศที่พัฒนาแล้ว ซึ่งปัจจุบันเทคโนโลยีระบบรางเป็นระบบที่นำเข้าจากต่างประเทศทั้งหมด ซึ่งทำให้ประเทศแบกรับภาระหนี้สินมากขึ้นทำให้เสียดุลย์การค้าและทำให้การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจต่ำ (GDP) สืบเนื่องมาจากกรมการขนส่งทางรางได้ขานรับนโยบาย “Thai First” ไทยทำ ไทยใช้ คนไทยต้องได้ก่อน เพื่อสร้างมาตรฐานระบบราง โดยใช้วัตถุดิบในประเทศ เพื่อสร้างศักยภาพ และสร้างมาตรฐานในงานระบบราง ทั้งในส่วนของรถไฟ และระบบไฟฟ้า เพื่อให้โครงการก่อสร้างต่างๆ ช่วยให้เกิดการหมุนเวียนมูลค่าทางเศรษฐกิจภายในประเทศ เป็นการลดใช้วัสดุจากต่างประเทศ สำนักเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) ได้ร่วมศึกษาตั้งโรงงานผลิตรถไฟในไทย สำหรับพัฒนาเทคโนโลยี บุคลากร ลดการนำเข้า สร้างเม็ดเงินในประเทศเพิ่มขึ้นโครงการแนวทางพัฒนาอุตสาหกรรมรถไฟฟ้าขนส่งมวลชน และอุตสาหกรรมเกี่ยวเนื่องในประเทศไทยที่ต้องการให้มีการพัฒนาระบบรางแบบยั่งยืน ดังนั้นจึงมองว่า หากกำหนดในทีโออาร์ว่าผู้ที่จะเข้ามาพัฒนาระบบรางในประเทศควรจะมีโรงงานประกอบรถไฟ สร้างคน สร้างงาน พัฒนาเทคโนโลยีในประเทศ” จากผลการศึกษาเบื้องต้นพบว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีความต้องการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนขั้นต่ำ 400 ตู้ ขณะที่ รฟท. มีความต้องการหัวรถจักร 314 ตู้ รถขนส่งสินค้า 3,460 ตู้ และรถไฟฟ้าความเร็วสูง 1 สาย 42 ตู้ อย่างไรก็ตามหากมีการส่งเสริมอุตสาหกรรมผลิตและซ่อมแซมรถไฟในประเทศ โดยกำหนดให้มีการประกอบขั้นสุดท้ายในประเทศจะก่อให้เกิดการลงทุนขั้นต่ำกว่า 500 ล้านบาท สามารถซื้อรถไฟได้ในราคาที่ลดลง 1.7 หมื่นล้านบาท คิดเป็นจำนวนรถไฟ 6,000 ตู้ คิดเป็นค่าจ้างแรงงานกว่า 2,000 ล้านบาท นโยบาย Thai First คือ ไทยทำ ไทยใช้ คนไทยต้องได้ก่อน พิจารณาปรับระยะเวลาดำเนินการตามแผนพัฒนาอุตสาหกรรมระบบรางฯ ให้เร็วขึ้น เดิมได้กำหนดแนวทางการดำเนินงาน กำหนดเวลา และเงื่อนไขการพัฒนาอุตสาหกรรมระบบรางฯ ระหว่างปี 2563-2568 (6 ปี) ปรับให้เร็วขึ้นเป็นปี 2563-2566 (4 ปี) เพื่อให้ทันต่อความต้องการของภาครัฐที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาระบบราง เช่น ร.ฟ.ท. การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย และกรุงเทพมหานคร โดยใช้แผนระยะ 4 ปีในการจัดซื้อขบวนรถไฟประเภทที่ไม่ใช้เทคโนโลยีสูงมากนัก ขณะเดียวกันให้พัฒนาประสิทธิภาพอุตสาหกรรมระบบรางฯ ให้มีศักยภาพรองรับเทคโนโลยีขั้นสูงตามแผนเดิม รวมทั้งมีมติให้เสนอแผนดังกล่าวต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อให้มีผลบังคับในการจัดซื้อจัดจ้างเกี่ยวกับระบบรางของหน่วยงานภาครัฐ โดยจัดทำ Market Sounding เพื่อสำรวจความสนใจของผู้ประกอบการเอกชนที่จะลงทุนด้านระบบราง

ผลงานที่ดำเนินการมาแล้วของกลุ่มวิจัยเฉพาะทาง

1. การออกแบบและพัฒนาระบบเบรกด้วยอากาศอัดสำหรับรถไฟขนส่งสินค้า ทุนวิจัย โครงการ Flagship ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 2. การออกแบบและพัฒนาชุดขอพ่วงและแหนบของรถดีเซลรางสำหรับรถขนส่งสินค้าและรถโดยสาร ทุนวิจัย ระบบคมนาคมแห่งอนาคต: เทคโนโลยีระบบราง (Railway) ปีงบประมาณ 2564 3. การออกแบบและพัฒนาระบบเบรกแบบอัตโนมัติด้วยอากาศอัดสำหรับรถไฟขนส่งสินค้า ปีที่ 2 ทุนวิจัย งบประมาณด้านวิจัยและนวัตกรรม ประเภท Strategic Fund ประจำปีงบประมาณ 2565 4. โครงการการออกแบบและพัฒนาชุดขอพ่วงและเครื่องฉุดลากสำหรับรถสินค้าและรถโดยสาร ปีที่ 2 (โครงการต่อเนื่อง) ทุนวิจัย F6 (S1P7) เร่งพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าและเทคโนโลยีเกี่ยว เนื่อง ให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตของอาเซียน ปีงบประมาณ 2566 5. โครงการพัฒนา Driver Training Simulator (DTS) for MRT Initial Blue Line Project, ปี 2559 6. การวิจัยและพัฒนาระบบการเชื่อมต่อระหว่างสมอง กล้ามเนื้อ คอมพิวเตอร์และจักรกลสำหรับเทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวกและการฟื้นฟูสมรรถภาพทางการแพทย์ ทุนวิจัย งบประมาณด้าน ววน. Full Proposal ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2564 7.

IDENTITY

เอกลักษณ์และความเชี่ยวชาญ

ลักษณะของกลุ่มวิจัยเฉพาะทาง

วิจัยและพัฒนาระบบรางและการขนส่ง

ความเชี่ยวชาญของกลุ่มวิจัยเฉพาะทาง

การออกแบบและวิศวกรรมสำหรับระบบรางและการขนส่งสมัยใหม่

วัตถุประสงค์ในการจัดตั้งกลุ่มวิจัยเฉพาะทาง

6.1 เพื่อศึกษา วิจัยและพัฒนา นวัตกรรมและเทคโนโลยี ด้านการออกแบบและวิศวกรรมสาหรับระบบรางและ การขนส่งสมัยใหม่ 6.2 เพื่อสนับสนุนการดาเนินงานของภาครัฐและภาคเอกชนในการพัฒนาระบบรางและการขนส่งสมัยใหม่ 6.3 เพื่อนาเสนอและเผยแพร่ผลงานวิจัยสู่ภาคอุตสาหกรรมและภาคการศึกษา 6.4 เพื่อเผยแพร่ผลงานวิจัยในระดับสากล

เป้าหมายของกลุ่มวิจัยเฉพาะทาง

9.1 เป็นศูนย์ความเชี่ยวชาญด้านการออกแบบและวิศวกรรมสำหรับระบบรางและระบบการขนส่งสมัยใหม่ 9.2 เป็นศูนย์วิจัยและความร่วมมือสำหรับระบบรางและระบบการขนส่งสมัยใหม่ทั้งในและต่างประเทศ 9.2 เป็นศูนย์ข้อมูลสำหรับระบบรางและระบบการขนส่งสมัยใหม่ 9.3 เป็นศูนย์การถ่ายทอดเทคโนโลยีและวิศวกรรมสำหรับระบบรางและระบบการขนส่งสมัยใหม่

การดำเนินงานของกลุ่มวิจัยเฉพาะทาง

สมาชิกประกอบด้วย 1. หัวหน้าศูนย์ 2. นักวิจัย 3. ผู้ประสานงาน

ผลที่คาดว่าจะได้รับ

1. การสนับสนุนการดำเนินงานของภาครัฐและเอกชนสำหรับระบบรางและการขนส่งสมัยใหม่ 2. ผลงานวิจัยวิจัยตีพิมพิ์ในระดับสากล 3. มีความร่วมมือการวิจัยและพัฒนา นวัตกรรม ทั้งในและต่างประเทศ

Our Team

สมาชิกภายในศูนย์

นักวิจัยและทีมงานของเรา

รองศาสตราจารย์ ดร.อนันต์ สืบสำราญ

Associate Professor Dr. ANAN SUEBSOMRAN

หัวหน้าศูนย์