เรื่องราวของศูนย์
ความเป็นมาของกลุ่มวิจัยเฉพาะทาง
ศูนย์วิจัยเทคโนโลยีนวัตกรรมดิจิทัลและแม่เหล็กไฟฟ้า (iDEMT) ได้รับการก่อตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการในปี พ.ศ. 2562 โดยมีจุดเริ่มต้นจากการรวมตัวของคณาจารย์และนักวิจัยในสาขาวิชาวิศวกรรมไฟฟ้าและสาขาที่เกี่ยวข้อง ที่มีเป้าหมายร่วมกันในการสร้างความเป็นเลิศด้านการวิจัยในกลุ่มเทคโนโลยีที่เป็นรากฐานสำคัญของยุคดิจิทัล โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านทฤษฎี แม่เหล็กไฟฟ้า และการประยุกต์ใช้เพื่อการสื่อสารและตรวจจับ ในช่วงเริ่มต้น iDEMT มุ่งเน้นการวิจัยพื้นฐาน (Fundamental Research) และการวิจัยประยุกต์ (Applied Research) ในหัวข้อที่ประเทศไทยมีศักยภาพและเป็นที่ต้องการของตลาดโลก เช่น การออกแบบและเพิ่มประสิทธิภาพของ สายอากาศ (Antenna) และระบบ RFID (Radio-Frequency Identification) สำหรับการจัดการโลจิสติกส์และระบบอัตโนมัติ ต่อมา เมื่อเทคโนโลยีมีการพัฒนาเข้าสู่ยุค IoT (Internet of Things) และมีการนำเทคโนโลยี 5G เข้ามาใช้ ศูนย์ฯ ได้ขยายขอบเขตงานวิจัยให้ครอบคลุมการพัฒนาวัสดุอัจฉริยะ เช่น Metamaterial และ Electromagnetic Absorber เพื่อควบคุมและลดสัญญาณรบกวนทางแม่เหล็กไฟฟ้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งการนำวัสดุในประเทศมาพัฒนาเป็นนวัตกรรม เช่น การใช้ ยางธรรมชาติ ในการผลิตวัสดุดูดซับคลื่น ซึ่งเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับผลผลิตทางการเกษตรของไทย ด้วยผลงานที่โดดเด่นอย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้านการตีพิมพ์ผลงานในวารสารนานาชาติระดับ Q1 และการสร้างนวัตกรรมที่สามารถนำไปใช้ในเชิงอุตสาหกรรมได้จริง ทำให้ iDEMT ได้รับการยกระดับสถานะและได้รับการสนับสนุนจากมหาวิทยาลัยและแหล่งทุนภายนอกอย่างต่อเนื่อง และในปี พ.ศ. 2566 ศูนย์ฯ ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับหนึ่ง “ศูนย์วิจัยโดดเด่นด้านส่งเสริมชื่อเสียงตามยุทธศาสตร์ของมหาวิทยาลัย” และล่าสุดในปี พ.ศ. 2568 ศูนย์ฯ ได้รับรางวัลชนะเลิศ “ศูนย์วิจัยโดดเด่นด้านส่งเสริมชื่อเสียงตามยุทธศาสตร์ของมหาวิทยาลัย” ซึ่งเป็นการตอกย้ำถึงบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์และสร้างชื่อเสียงให้กับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือในเวทีวิจัยระดับประเทศและนานาชาติอย่างชัดเจน
เหตุผลและความจำเป็นในการจัดตั้งกลุ่มวิจัยเฉพาะทาง
การเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของยุค Digital Disruption และความก้าวหน้าของเทคโนโลยีการสื่อสารและอิเล็กทรอนิกส์ เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้การวิจัยเชิงลึกด้าน เทคโนโลยีดิจิทัลและแม่เหล็กไฟฟ้า มีความจำเป็นอย่างเร่งด่วน 1 การตอบสนองความต้องการของอุตสาหกรรม: เทคโนโลยีหลักของศูนย์ฯ เช่น RFID, IoT, 5G/6G และวัสดุอัจฉริยะ (Metamaterial, EM Absorber) เป็นรากฐานสำคัญของอุตสาหกรรมเป้าหมาย (S-Curve) ทั้งด้าน Smart City, โลจิสติกส์อัจฉริยะ และความมั่นคงทางไซเบอร์ การจัดตั้งศูนย์ฯ จึงเป็นกลไกสำคัญในการผลิตงานวิจัยและนวัตกรรมเพื่อป้อนและแก้ไขปัญหาให้กับภาคอุตสาหกรรมโดยตรง 2 การยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขัน: ศูนย์ฯ ทำหน้าที่รวมทรัพยากรบุคคล และเครื่องมือวิจัยที่มีมูลค่าสูงเข้าไว้ด้วยกัน ทำให้เกิดการวิจัยที่มีประสิทธิภาพสูงและสามารถสร้าง "นวัตกรรมดิจิทัลและแม่เหล็กไฟฟ้า" ที่เป็นทรัพย์สินทางปัญญาของมหาวิยาลัยได้ 3 การพัฒนาบุคลากรเฉพาะทาง: การรวมกลุ่มของคณาจารย์และนักวิจัยผู้เชี่ยวชาญจะช่วยถ่ายทอดองค์ความรู้ผ่านหลักสูตรระดับบัณฑิตศึกษา เพื่อผลิตวิศวกรและนักวิจัยที่มีความรู้ล้ำสมัยและมีศักยภาพในการสร้างผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสังคมได้อย่างยั่งยืน
ผลงานที่ดำเนินการมาแล้วของกลุ่มวิจัยเฉพาะทาง
นับตั้งแต่ก่อตั้งในปี พ.ศ. 2562 ศูนย์วิจัยเทคโนโลยีนวัตกรรมดิจิทัลและแม่เหล็กไฟฟ้า (iDEMT) ได้สั่งสมผลงานวิจัยและนวัตกรรมที่สร้างผลกระทบทั้งในระดับวิชาการและระดับอุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่อง 1 ผลงานทางวิชาการ (Academic Output) • ผลงานตีพิมพ์ระดับนานาชาติ: มีผลงานตีพิมพ์ในวารสารวิชาการระดับนานาชาติ (ISI/Scopus) ในกลุ่มควอไทล์ที่ 1 (Q1) และ Q2 เฉลี่ยมากกว่า 10 เรื่องต่อปี โดยเฉพาะในสาขา Electromagnetics, Antenna and Propagation และ Applied Physics • การนำเสนอในที่ประชุม: มีการนำเสนอผลงานในที่ประชุมวิชาการระดับโลกอย่างสม่ำเสมอ เช่น IEEE International Symposium on Antennas and Propagation (ISAP) • การอ้างอิง: ผลงานวิจัยของศูนย์ฯ ได้รับการอ้างอิง (Citation) ในวารสารและวิทยานิพนธ์จากนักวิจัยทั่วโลก ซึ่งสะท้อนถึงคุณภาพและความสำคัญขององค์ความรู้ที่สร้างขึ้น • การผลิตบุคลากร: ผลิตมหาบัณฑิตและดุษฎีบัณฑิตที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน มากกว่า 15 คน ซึ่งปัจจุบันได้เข้าทำงานและเป็นกำลังสำคัญในสถาบันวิจัยและบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำ 2 ผลงานนวัตกรรมและการประยุกต์ใช้ (Innovation and Impact) • ทรัพย์สินทางปัญญา: มีการจดแจ้งและยื่นขอ สิทธิบัตรและอนุสิทธิบัตร ที่เกี่ยวข้องกับงานออกแบบอุปกรณ์ทางแม่เหล็กไฟฟ้า รวม 10 รายการ • นวัตกรรมสู่ภาคอุตสาหกรรม (ตัวอย่าง): o การพัฒนาวัสดุดูดซับคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าจากยางธรรมชาติ: เป็นผลงานเด่นที่ใช้วัตถุดิบในประเทศ (Latex) ในการผลิตวัสดุที่สามารถลดสัญญาณรบกวนได้เทียบเท่ากับวัสดุเชิงพาณิชย์ ซึ่งช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับผลผลิตทางการเกษตรและลดการนำเข้า o ระบบ RFID สำหรับงานโลจิสติกส์: พัฒนาระบบ RFID สำหรับการใช้งานในคลังสินค้าและระบบซักรีดโรงพยาบาลและอุตสาหกรรม • การยอมรับจากภายนอก: o ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับหนึ่ง “ศูนย์วิจัยโดดเด่นด้านส่งเสริมชื่อเสียงตามยุทธศาสตร์ของมหาวิทยาลัย" ประจำปี 2566 จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ o ได้รับรางวัลชนะเลิศ “ศูนย์วิจัยโดดเด่นด้านส่งเสริมชื่อเสียงตามยุทธศาสตร์ของมหาวิทยาลัย" ประจำปี 2568 จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ 10.3 เครือข่ายความร่วมมือ • มีการลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) และดำเนินงานวิจัยร่วมกับมหาวิทยาลัยและสถาบันวิจัยชั้นนำในภูมิภาคเอเชียและยุโรป • ได้รับความไว้วางใจในการทำวิจัย และให้คำปรึกษาแก่บริษัทชั้นนำในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และโทรคมนาคมของประเทศ
เอกลักษณ์และความเชี่ยวชาญ
ลักษณะของกลุ่มวิจัยเฉพาะทาง
ศูนย์วิจัยเทคโนโลยีดิจิทัลและแม่เหล็กไฟฟ้า เป็นศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง (Niche Expertise Hub) ที่เน้นการวิจัยและพัฒนาในสาขาที่ต้องใช้ความรู้เชิงลึกและเครื่องมือเฉพาะทางสูง โดยเฉพาะในด้านทฤษฎีและประยุกต์ใช้ของ คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (Electromagnetic Waves) โดยมีลักษณะเด่นดังนี้ • การบูรณาการองค์ความรู้: เป็นการผนวกรวมความเชี่ยวชาญข้ามสาขา ทั้งวิศวกรรมไฟฟ้า วิศวกรรมอิเล็กทรอนิกส์ วิทยาการคอมพิวเตอร์ และวิทยาศาสตร์ประยุกต์ เพื่อสร้างสรรค์นวัตกรรมดิจิทัลที่ขับเคลื่อนด้วยรากฐานทางแม่เหล็กไฟฟ้า เช่น ระบบ 5G/6G, Radar, RFID, และ IoT Sensor • มุ่งเน้นงานวิจัยที่มีผลกระทบสูง: งานวิจัยของศูนย์ฯ ถูกกำหนดให้ตอบโจทย์ความต้องการของอุตสาหกรรมเป้าหมาย (S-Curve) และมีการนำผลงานไปตีพิมพ์เผยแพร่ในวารสารชั้นนำที่อยู่ในฐานข้อมูลระดับนานาชาติที่ได้รับการยอมรับ และนำผลงานไปสู่การยื่นขอทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อสร้างผลกระทบทางวิชาการ เศรษฐกิจและสังคมอย่างเป็นรูปธรรม • การผลิตกำลังคนคุณภาพสูง: เป็นห้องปฏิบัติการและศูนย์บ่มเพาะนักวิจัยระดับบัณฑิตศึกษา (ป.โท และ ป.เอก) ที่มีทักษะขั้นสูงด้านเทคโนโลยีไร้สายและดิจิทัล ที่พร้อมจะขับเคลื่อนนวัตกรรมในอนาคต • โครงสร้างพื้นฐานวิจัยที่พร้อมใช้งาน: มีห้องปฏิบัติการและเครื่องมือวัดคลื่นความถี่สูงมาตรฐานสากล เพื่อรองรับการทดสอบและพัฒนาผลิตภัณฑ์นวัตกรรมที่ซับซ้อน
ความเชี่ยวชาญของกลุ่มวิจัยเฉพาะทาง
ศูนย์วิจัยเทคโนโลยีนวัตกรรมดิจิทัลและแม่เหล็กไฟฟ้า (iDEMT) มีความเชี่ยวชาญหลักที่ครอบคลุมการวิจัยและพัฒนาในสาขาเทคโนโลยีไร้สายและดิจิทัลขั้นสูง ดังนี้: • วิศวกรรมคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าและการสื่อสารไร้สาย (Electromagnetic Wave Engineering and Wireless Communications): เชี่ยวชาญในการจำลอง (Simulation) การออกแบบ และการทดสอบ สายอากาศ (Antenna) และระบบการสื่อสารสำหรับเครือข่ายยุคใหม่ เช่น 5G/6G และ Internet of Things (IoT) รวมถึงระบบ Radar และ Radio-Frequency Identification (RFID) สำหรับการติดตามและระบุตัวตน • วัสดุอัจฉริยะ (Smart Materials) และการควบคุมคลื่น: ความเชี่ยวชาญในการพัฒนาและสร้าง Metamaterial และ Electromagnetic (EM) Absorber เพื่อควบคุมคุณสมบัติของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ลดสัญญาณรบกวน (EMC/EMI) และเพิ่มประสิทธิภาพในการส่งสัญญาณ รวมถึงการนำวัสดุในประเทศ เช่น ยางธรรมชาติ มาประยุกต์ใช้ในการสร้างวัสดุเหล่านี้ • ระบบเซนเซอร์แม่เหล็กไฟฟ้าและนวัตกรรมดิจิทัล (Electromagnetic Sensors and Digital Innovation): เชี่ยวชาญในการพัฒนา Electromagnetic Sensors ที่มีความแม่นยำสูง การประมวลผลสัญญาณดิจิทัล และการบูรณาการเทคโนโลยี AI/Digital Twin เพื่อใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ การควบคุมระบบอัตโนมัติ และโซลูชัน Smart City ความเชี่ยวชาญเหล่านี้ช่วยให้ศูนย์ฯ สามารถสร้างนวัตกรรมตั้งแต่ระดับทฤษฎีไปจนถึงการใช้งานเชิงพาณิชย์ได้อย่างครบวงจร.
วัตถุประสงค์ในการจัดตั้งกลุ่มวิจัยเฉพาะทาง
1 เป็นศูนย์กลางความเป็นเลิศทางวิชาการและการวิจัยด้านเทคโนโลยี ดิจิทัลและแม่เหล็กไฟฟ้า (Electromagnetic Technology) และสาขาที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างผลงานวิจัยระดับสูงที่สามารถตีพิมพ์ในวารสารระดับนานาชาติ 2 ถ่ายทอดองค์ความรู้และนวัตกรรมสู่ภาคอุตสาหกรรมและสังคม เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศตามนโยบาย Thailand 4.0 3 พัฒนานักวิจัยและบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางในระดับบัณฑิตศึกษา ให้พร้อมเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนนวัตกรรมของประเทศ 4 สร้างเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการและวิจัยกับสถาบันชั้นนำทั้งในและต่างประเทศ
เป้าหมายของกลุ่มวิจัยเฉพาะทาง
เป้าหมายหลัก 3 ประการของ iDEMT: 1 ความเป็นเลิศ (Excellence): เป็นศูนย์วิจัยชั้นนำระดับประเทศและภูมิภาคด้านเทคโนโลยีแม่เหล็กไฟฟ้าและนวัตกรรมดิจิทัล โดยมีผลงานวิจัยตีพิมพ์ในวารสารระดับนานาชาติชั้นนำ (Q1) และได้รับการอ้างอิงสูง 2 การประยุกต์ใช้ (Impact): สร้าง Digital and Electromagnetic Innovation ที่สามารถนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์ หรือแก้ไขปัญหาสำคัญของอุตสาหกรรมและสังคมอย่างเป็นรูปธรรม 3 ความยั่งยืน (Sustainability): พัฒนาระบบการบริหารจัดการศูนย์ฯ ให้มีความเข้มแข็งและยั่งยืน สร้างเครือข่ายการวิจัยในระดับนานาชาติ พร้อมทั้งสร้างนักวิจัยรุ่นใหม่ที่มีคุณภาพสูงอย่างต่อเนื่อง
การดำเนินงานของกลุ่มวิจัยเฉพาะทาง
ศูนย์วิจัยฯ ดำเนินงานโดยใช้กลไกหลักในการขับเคลื่อน 3 ด้าน เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์และเป้าหมายของศูนย์ฯ: 1 งานวิจัยและพัฒนา (R&D) ที่มุ่งเป้า: • จัดตั้งและบริหารจัดการ กลุ่มวิจัยย่อย (Sub-Research Groups) ตามความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง เช่น กลุ่มวิจัย RFID/Antenna, กลุ่มวิจัย Metamaterial/EM Absorber, และกลุ่มวิจัย Digital EM Sensors/AI เพื่อสร้างความชัดเจนในการทำงาน • ระดมทุนวิจัยจากแหล่งทุนภายนอก ทั้งภาครัฐ (เช่น วช., สกสว., สอวช., กสทช.) และภาคเอกชน เพื่อเพิ่มความสามารถในการลงทุนด้านเครื่องมือและบุคลากร 2 การพัฒนานักวิจัยและบุคลากร: • กำกับดูแลและสนับสนุนการทำวิทยานิพนธ์ของนักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา (ป.โท และ ป.เอก) ที่เกี่ยวข้องกับงานวิจัยของศูนย์ฯ โดยให้ความสำคัญกับการตีพิมพ์ผลงานคุณภาพสูง • จัดอบรมเชิงปฏิบัติการ (Workshop) และสัมมนาวิชาการ เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ สร้างเครือข่าย และยกระดับทักษะของนักวิจัยทั้งในและต่างประเทศ 3 การถ่ายทอดเทคโนโลยีและการบริการวิชาการ: • ประสานงานกับ ศูนย์ปฏิบัติการเทคโนโลยีเรดาร์ อุทยานเทคโนโลยี (Techno Park) ของ มจพ. เพื่อขึ้นทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาและถ่ายทอดผลงานวิจัยสู่ภาคเอกชน • ให้บริการห้องปฏิบัติการและเครื่องมือวิจัยเฉพาะทางแก่หน่วยงานภายนอก เพื่อสร้างรายได้และขยายเครือข่ายความร่วมมือทางอุตสาหกรรม
ผลที่คาดว่าจะได้รับ
1 การยกระดับงานวิจัย: เกิดผลงานวิจัยและนวัตกรรมที่มีคุณภาพสูงและเป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ เพิ่มจำนวนการตีพิมพ์ในวารสาร Q1 และนำไปสู่การจดสิทธิบัตรและอนุสิทธิบัตร 2 การสร้างผลกระทบต่อเศรษฐกิจ: นวัตกรรมจากศูนย์ฯ ถูกถ่ายทอดและนำไปประยุกต์ใช้ในภาคอุตสาหกรรมจริง เช่น ระบบโลจิสติกส์อัจฉริยะ และผลิตภัณฑ์วัสดุดูดซับคลื่น ทำให้เกิดการ ลดต้นทุนและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ 3 การผลิตกำลังคน: มหาวิทยาลัยมีบัณฑิตศึกษาที่มีทักษะความเชี่ยวชาญด้าน เทคโนโลยีดิจิทัลและแม่เหล็กไฟฟ้า ซึ่งเป็นที่ต้องการของตลาดแรงงานเทคโนโลยีชั้นสูง 4 การเสริมสร้างชื่อเสียง: เป็นศูนย์กลางแห่งความเป็นเลิศด้านนวัตกรรมดิจิทัลและแม่เหล็กไฟฟ้า ที่สร้างชื่อเสียงและความแข็งแกร่งทางวิชาการให้กับมหาวิทยาลัยฯ ในระดับสากล
สมาชิกภายในศูนย์
นักวิจัยและทีมงานของเรา
ศาสตราจารย์ ดร.ฐิติพงษ์ เลิศวิริยะประภา
Professor Dr. TITIPONG LERTWIRIYAPRAPA
หัวหน้าศูนย์
ศาสตราจารย์ ดร.ประยุทธ อัครเอกฒาลิน
Professor Dr. PRAYOOT AKKARAEKTHALIN
นักวิจัย
รองศาสตราจารย์ ดร.สุรเมธ เฉลิมวิสุตม์กุล
Associate Professor Dr. SURAMATE CHALERMWISUTKUL
นักวิจัย
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สิทธิชัย เด่นตรี
Assistant Professor Acting Sub Lieutenant Dr. SITTHICHAI DENTRI
นักวิจัย
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วันวิสาข์ ไทยวิโรจน์
Assistant Professor Dr. WANWISA THAIWIROT
นักวิจัย
รองศาสตราจารย์ ดร.ชาตรี มหัทธนจาตุภัทร
Associate Professor Dr. CHATREE MAHATTHANAJATUPHAT
นักวิจัย
ศาสตราจารย์ ดร.ดนัย ต.รุ่งเรือง
Professor Dr. DANAI TORRUNGRUENG
นักวิจัย
รองศาสตราจารย์ ดร.เอกรัฐ บุญภูงา
Associate Professor Dr. AKKARAT BOONPOONGA
นักวิจัย
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.กิตติศักดิ์ แพบัว
Assistant Professor Dr. KITTISAK PHAEBUA
นักวิจัย
รองศาสตราจารย์ ดร.นนชณัต ฉัตรภูติ
Associate Professor Dr. NONCHANUTT CHUDPOOTI
นักวิจัยและผู้ประสานงาน
อาจารย์ ดร.สังวรณ์ กิตติวิทยาพงศ์
Dr. SANGWON KITTIWITTAYAPONG
นักวิจัย
นายเกียรติศักดิ์ สละยอง
ผู้ช่วยนักวิจัย
ดร.พชร ศรีมุกข์
นักวิจัย
อาจารย์ ดร.เฟวียา เขียวแพร
Dr. FEAVEYA KHEAWPRAE
นักวิจัย
นายสิริศักดิ์ นงค์พรหมมา
ผู้ช่วยนักวิจัย
นายกฤตธี ไผ่ศิริ
ผู้ช่วยนักวิจัย